Home / ข่าวและกิจกรรม / ข่าวสาร / ลบภาพกระทรวงส่งเสริมการผลิตพลังงาน

ลบภาพกระทรวงส่งเสริมการผลิตพลังงาน

     พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน จะนัดค่ายรถยนต์ทั้งหมดมาหารือ เพื่อวางโครงสร้างการใช้เชื้อเพลิงกันใหม่

เนื่องจากปัจจุบันมีเชื้อเพลิงหลากหลายทั้งก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) แก๊สโซฮอล์ 95, 91 , อี 85 รวมถึงน้ำมันเบนซิน 95 และ 91 และจะมีรถไฟฟ้าเข้ามาในอนาคตอีก จำเป็นต้องมาจัดเรียงลำดับการสนับสนุนกันใหม่ เพื่อวางกลไกการส่งเสริมไม่เข้ารกเข้าพง ” เฮียเพ้ง” บอกว่าที่ผ่านมาเป็นอย่างไรไม่ขอวิจารณ์

แต่ในยุคใหม่ต้องไม่คิดจากกระทรวง และสั่งการลงมาแบบ TOP DOWN ต้องมาจากการหารือของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์

แน่ๆได้ประกาศไปแล้ว จะปรับราคาแอลพีจีขนส่ง และเอ็นจีวีภายในต้นปี 2556 โดยเฉพาะแอลพีจี หลังจากมั่นใจว่าราคาที่จูงใจ ทำให้รั่วไหลออกไปเพื่อนบ้านและมีการลักลอบจากโรงบรรจุก๊าซหุงต้มไปขายในปั๊ม ขณะที่เอ็นจีวีก็ปรับราคาเช่นเดียวกัน แต่มาพร้อมกับให้ปตท.เขียนแผนขยายปั๊ม แม้ว่าจะไม่ลงทุนเอง ก็ต้องส่งเสริมเอกชนให้มาลงทุนให้ได้ตามแผน

อย่างไรก็ตามต้องฝากเรื่องหนึ่งว่า อย่าลืมโหมเรื่องการประหยัดพลังงานด้วย เพราะการลดการใช้ เป็นการสร้างความมั่นคงทางพลังงานทางอ้อม

      การใช้“จักรยาน” และการ”เดิน” เป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงในภาคขนส่ง แถมยังเป็นผลดีต่อสุขภาพ หากผู้นำกระทรวงทำตัวอย่างให้เห็น และทำโครงการส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง ก็จะเป็นกระทรวงที่ ”สมาร์ท” หลังจากที่ภาพลักษณ์ในสายตาประชาชนมองเป็นหน่วยงานที่มุ่งส่งเสริมการขุดเจาะปิโตรเลียม และสร้างโรงไฟฟ้าเป็นหลัก

ข้อดีจากการใช้จักรยานและการเดิน อ.ธงชัย พรรณสวัสดิ์ ประธานชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย เล่าให้ฟังว่า การเดินและการใช้จักรยานระยะสั้น 1-5 กม. สัปดาห์ละ 1 วัน ประชาชนจะประหยัดค่าน้ำมันได้เฉลี่ย 5,200 บาท/คัน/ปี

แก้ปัญหาการจราจรติดขัดและสูญเสียเวลาในการเดินทาง โดยค่าเฉลี่ยเวลาที่ใช้เดินทางของคนทั้งประเทศ และกทม.เป็น 1.3 และ 1.7 ชม. /วัน ทำให้สูญเสียเวลามูลค่าปีละ 80,000 ล้านบาท เฉพาะในกทม.และปริมณฑล หากการจราจรดีขึ้น จะลดความเสียหายได้วันละ 88.3 ล้านบาท และลดความเสียหายจากการใช้ยานพาหนะได้วันละ 118.9 ล้านบาท

แถมยังลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยทุก 10 กม.ที่คนในประเทศเดิน หรือใช้จักรยานแทนการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล จะลดการปล่อยก๊าซ CO2ไปเกือบ 1 กก. และถ้ารถยนต์ 1 ล้านคัน วิ่งน้อยลงวันละ 1.3 กม. จะลดการปล่อยก๊าซ CO2ได้ 1 แสนตัน และลดค่าใช้จ่ายด้านสิ่งแวดล้อมหรือความเสียหายจากการปล่อยมลพิษของรถยนต์ได้เฉลี่ย 5 บาท เมื่อเดินหรือใช้จักรยานแทนรถยนต์ 1 คันเป็นระยะทาง1 กม.

ในด้านสุขภาพยิ่งไม่ต้องพูดถึง นับเป็นกิจกรรมทางกายที่ง่าย สะดวก และมีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด

ก็ต้องฝากข้อมูลนี้ให้นำไปพินิจพิจารณา ให้ถือว่าเป็นการแสดงความรับผิดชอบทางสังคม จากที่ผ่านมา”โฆษณาชวนเชื่อ” เพื่อมอมเมาให้คนมุ่งแต่ซื้อรถยนต์ เพื่อทำเป้าหรือคะแนนเสียงมาโดยตลอด

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

วันจันทร์ที่ 17 ธันวาคม 2555

คอลัมน์: ทัศนะวิจารณ์ (เรื่องจับกระแส โดย ศรัญญา ทองทับ )

Comments

comments

Check Also

ชมรมฯ ร่วมงาน a day BIKE FEST 2016

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น